คาร์มาร์ท
การขยายธุรกิจ
เกาหลี, จีน, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์
ธุรกิจของบริษัท
ธุรกิจของบริษัท
การตลาดและการขาย

ปัจจุบันช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ มีทั้งหมด 5 ช่องทางหลักๆ ได้แก่

1. ช่องทางคาร์มาร์ทช็อป

ธุรกิจร้านค้าปลีกหรือร้านความงามสะดวกซื้อภายใต้แนวคิดมัลติแบรนด์ซึ่งรวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของทุกแบรนด์ในเครือคาร์มาร์ทไว้ในที่แห่งเดียวหรือเรียกว่าวันสต็อปเซอร์วิส โดยเน้นการตกแต่งร้านด้วยโทนสีชมพูช็อคกิ้งพิ้งค์

คาร์มาร์ทช็อปถือเป็นช่องทางที่สำคัญบริษัทฯ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าทั้งหมดของบริษัทฯ ได้อย่างครบถ้วน และใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้บริษัทฯ สามารถศึกษา และเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความจงรักภักดีให้กับแบรนด์ (Brand Loyalty) และสิ่งที่ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญมาโดยตลอดคือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับสมาชิกคาร์มาร์ทช็อปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้คาร์มาร์ทช็อปเป็นธุรกิจแบบแฟรนไชนส์ 100% ใช้รูปแบบของการขายสินค้าขาดให้แก่ผู้ประกอบการ โดยบริษัทฯ ช่วยสนับสนุนด้านกิจกรรมส่งเสริมการขายในทุกๆ รอบเดือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกสาขามีการบันทึกการขายสินค้าทั้งหมดผ่านระบบปฏิบัติการของบริษัทฯ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลสินค้าโปรโมชั่น และข้อมูลสมาชิกได้ โดยแต่ละสาขาจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการการขายที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการร้านค้าคาร์มาร์ทช็อปเข้าดูแล พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการบริหารร้านค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ร้านค้าดำเนินธุรกิจตรงตามมาตรฐานที่ทางบริษัทฯ ได้วางรูปแบบไว้

ปัจจุบันช่องทางคาร์มาร์ทช็อปในประเทศไทย มีทั้งหมดจำนวน 51 สาขา แบ่งเป็นช็อปประเภท Standalone Shop (Retail shop) 12 สาขา และคาร์มาร์ทช็อปในพื้นที่โซนบิวตี้ฮอลล์ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้แก่ The Mall และ Robinson อีก 39 สาขา





2. ช่องทางร้านค้าแบบดั้งเดิม หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย

แม้ว่าปัจจุบันการขยายตัวของร้านค้าสมัยใหม่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ช่องทางการค้าแบบดั้งเดิมก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างยอดขายให้แก่บริษัทฯ ซึ่งปัจจุบันร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของคาร์มาร์ทนั้นครอบคลุมร้านค้าปลีกได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

จากปีที่ผ่านมาช่องทางการค้าปลีกดั้งเดิมมีร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทยกว่า 100 ราย โดยแบ่งร้านค้าเป็น 2 ประเภทหลักคือร้านค้าปลีกและร้านค้าส่ง เพื่อให้สินค้ากระจายตัว เข้าถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • ประเภทค้าปลีก ประกอบด้วย ร้านค้าปลีกเครื่องสำอาง, ซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น, ร้านสะดวกซื้อท้องถิ่น และร้านขายยาท้องถิ่น เป็นต้น
  • ประเภทค้าส่ง ประกอบด้วย ร้านค้าส่งเครื่องสำอาง และร้านค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคประจำท้องถิ่นขนาดใหญ่เป็นต้น

3. ช่องทางการจัดจำหน่ายแบบสมัยใหม่

ช่องทางการจัดจำหน่ายแบบสมัยใหม่ทั้งหมดของบริษัทฯ ในปัจจุบันมีดังนี้

  • ประเภทร้านค้าสะดวกซื้อ (Convenience Store)
    เน้นจำนวนสาขา ความสะดวกสบาย โดยสถานที่ตั้งจะอยู่ใกล้กับผู้บริโภค สินค้าปลีกขนาดเล็ก ธุรกิจรูปแบบนี้ ได้แก่ 7-Eleven, Family Mart, Max Valu, Jiffy, Big C Mini, Lotus Express, Tops Daily, CJ Express และ Lawson108 เป็นต้น
  • ประเภทซุปเปอร์มาร์เก็ต/ ไฮเปอร์มาร์เก็ต และดิสเคาท์สโตร์
    ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลายและมีจำนวนมากให้เลือกสรร ได้แก่ Tops, Home Fresh Mart, Gourmet Market, Food Hall, Tesco Lotus, Big C, Makro, และ เป็นต้น
  • ประเภทร้านค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Store)
    จำหน่ายสินค้าเฉพาะอย่างเน้นสินค้าอุปโภคบริโภคเกี่ยวกับเวชภัณฑ์เครื่องสำอาง ดูแลผิวดูแลเส้นผมมีสินค้าหลากหลายที่พัฒนาให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา พร้อมมีการบริการที่สะดวกและเป็นกันเอง ได้แก่ Watsons, Boots, Tsuruha, SE-ED, B2S, Beautrium, EVEANDBOY, Stardust, Beauty Market, Pure, ร้านนายอินทร์ และ KING-POWER เป็นต้น
  • ประเภทร้านค้าในแคตตาล็อก
    ได้แก่ Friday Catalog, 7-Catalog เป็นต้น

4. ช่องทางส่งออก

บริษัทฯ ทุ่มเทขยายแบรนด์ไปยังต่างประเทศโดยการลงพื้นที่ศึกษาตลาด และสร้าง กลยุทธ์ทางการตลาดร่วมกับคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ Sole Distributor, Distributor และ Joint Venture ปัจจุบันบริษัทฯ มีจุดจัดจำหน่ายในต่างประเทศทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์, กัมพูชา, เวียดนาม, พม่า, จีน, ลาว, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บังกลาเทศ และ อินเดีย โดยมีการลงทุนในรูปแบบ Joint Venture ได้แก่ เวียดนาม

5. ช่องทางการค้าธุรกิจออนไลน์

สังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือส่งผ่านข้อมูลที่สำคัญ และผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาศึกษาข้อมูลสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้นจนเกิดความนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย ดังนั้นบริษัทฯ จึงต้องมีช่องทางออนไลน์เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ยังถือเป็นช่องทางในสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์สินค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย

ช่องทางออนไลน์ของบริษัทฯ ในปัจจุบันมี 2 ประเภท

  • ร้านค้าออนไลน์ของบริษัทฯ ได้แก่
    - www.karmarts.com
    - Instagram: Karmarts_onlineshop
    - Line: Karmarts_onlineshop
  • ร้านค้าออนไลน์ของคู่ค้าได้แก่ Shop@7, Lazada, Wear You Want, Robinson Online, Zalora, Weloveshopping, Shopee และ Line Shop เป็นต้น