คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561

สำหรับปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,523 ล้านบาทประกอบด้วย

  • รายได้จากการขายจำนวน 1,479 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 14 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 0.94 รายได้แบ่งตามกลุ่มสินค้าดูแลร่างกายจำนวน 222 ล้านบาท กลุ่มสินค้าดูแลหน้า 327 ล้านบาท กลุ่มสินค้าเครื่องสำอางจำนวน 866 ล้านบาท บาท กลุ่มสินค้าอุปกรณ์เสริมความงามจำนวน 20 ล้านบาท กลุ่มสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งร้าน สื่อส่งเสริมการขายและอื่นๆ จำนวน 22 ล้านบาท และอาหารเสริมจำนวน 22 ล้านบาท
  • รายได้จากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้าจำนวน 20 ล้านบาท เท่ากับปีก่อน
  • กำไรจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5 ล้านบาท
  • รายได้อื่นจำนวน 19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 18 ล้านบาทคิดเป็นอัตราร้อยละ 48.65 ประกอบ ด้วยดอกเบี้ยรับ 12 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท กำไรจากการขายเงินลงทุนชั่วคราว 1 ล้านบาท รายได้ค่าเช่าพื้นที่ 1 ล้านบาท และอื่นๆ อีกประมาณ 4 ล้านบาท

สำหรับปี 2561 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 1,225 ล้านบาทประกอบด้วย

  • ต้นทุนขายจำนวน 687 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 14 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 2.08 สัดส่วนของต้นทุนเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยอดขาย มีกำไรขั้นต้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 53.54
  • ต้นทุนจากการให้เช่าและให้บริการคลังสินค้า จำนวน 1 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจำนวน 536 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 32 ล้านบาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 6.35 ตามการขยายตัวของธุรกิจคาร์มาร์ท ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 24 ล้านบาท เกิดจากเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท ค่าสาธารณูปโภคและค่ารักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายทางการเงิน บริษัทฯ มีดอกเบี้ยจ่ายจำนวน 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 20
  • ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 51 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 28.17

ในปี 2561 บริษัทฯ มีผลกำไรจากการดำเนินงานคิดเป็นร้อยละ 24.35 จากการขาย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.50 เนื่องจากบริษัทฯ รับส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้า 127 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 32 ล้านบาท เนื่องจากเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน ค่าสาสาธารณูปโภคและค่ารักษาความปลอดภัย ค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น

ในปี 2561 บริษัทฯ มีผลกำไรจากดำเนินงาน ทำให้บริษัทฯ มีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอัตราร้อยละ 38.95 ในขณะที่ปีก่อนอัตราร้อยละ 33.83

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561

1. ส่วนประกอบของสินทรัพย์

ในปี 2561 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 1,545 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนจำนวน 198 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.70 ประกอบด้วย

1.1 สินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 757 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 39 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.90
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 8 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 3 ล้านบาท เนื่องจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นสุทธิ 231 ล้านบาท กิจกรรมลงทุนลดลงสุทธิ 26 ล้านบาท กิจกรรมจัดหาเงินลดลงสุทธิ 208 ล้านบาท
  • เงินลงทุนชั่วคราว 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 100
  • ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ จำนวน 345 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.29 เกิดจากบริษัทฯ ขายสินค้า และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางโมเดิร์นเทรดมากขึ้น
  • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน – ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 100 ให้กู้ยืมแก่บริษัท รื่นรมย์ ฟู้ดส์ แอนด์ เบเวอเรจ จำกัด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5
  • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี 10 ล้านบาท เท่ากับปีก่อน ให้กู้ยืมแก่บริษัท ลาร์จ เอเชีย จำกัด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15
  • สินค้าคงเหลือจำนวน 348 ล้านบาท ประกอบด้วย สินค้าประเภทอุปโภคและบริโภคและวัตถุดิบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 43 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.10
  • สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นจำนวน 36 ล้านบาท เท่ากับปีก่อน

1.2 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจำนวน 788 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 237 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 43.01 ประกอบด้วย
  • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน – สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 3 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 3 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 100 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5
  • เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บุคคลและกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน – สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี 18 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 กำหนดชำระคืนภายใน 19 กันยายน 2563
  • เงินลงทุนในบริษัทร่วม 190 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 127 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 210.59 เนื่องจากในระหว่างปี บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมบริษัท ดิ ไอโคนิค พรอพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน 127 ล้านบาทในงบการเงินรวม
  • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.39 เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของบริษัทฯ เป็นที่ดินและอาคารที่ให้บริการคลังสินค้า บริษัทฯ แสดงอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระโดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ (Income Approach)
  • ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ - สุทธิจำนวน 413 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 120 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40.96 เนื่องจากซื้อที่ดินเพิ่ม 71 ล้านบาท อาคารและส่วนปรับปรุงอาคารเพิ่ม 60 ล้านบาท ยานพาหนะ 7 ล้านบาท เครื่องจักรและอุปกรณ์สำนักงาน 20 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคาเพิ่ม 32 ล้านบาท งานระหว่างก่อสร้างลดลง 6 ล้านบาท จากการโอนอาคารที่ก่อสร้างเสร็จ
  • ที่ดินรอการพัฒนาในอนาคต 8.28 ล้านบาท บริษัทฯ มีที่ดินจำนวน 8.28 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา โดยมีที่ดินมูลค่าตามบัญชีประมาณ 3.2 ล้านบาท ได้นำไปค้ำประกันสินเชื่อที่ได้รับจากธนาคารพาณิชย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน - สุทธิจำนวน 3.80 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6.20 ล้านบาท เกิดจากบริษัทฯ ลงทุนในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มและตัดจำหน่ายระหว่างปี
  • สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 10.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.50 ล้านบาทหรือร้อยละ 29.59 จากบริษัทฯ ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 0.24 ล้านบาท ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลือ 7.06 ล้านบาท สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงาน 3.65 ล้านบาท
  • สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ จำนวน 19 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5 เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 บริษัทฯ ได้ทำสัญญาขายสินค้าคงเหลือทั้งหมด ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับโครงการปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 470 MHz ให้เป็นระบบ CDMA2000 1) ให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกันในราคา 28.1 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาดังกล่าวกำหนดให้ผู้ซื้อต้องทำการผ่อนชำระค่าสินค้าเป็นรายเดือนให้กับบริษัทฯ ภายใน 10 ปี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทฯ มียอดคงเหลือของลูกหนี้ดังกล่าวจำนวน 16.14 ล้านบาท (31 ธันวาคม 2560 : 20.37 ล้านบาท) โดยมีส่วนของลูกหนี้ที่จะครบกำหนดชำระเกินกว่า 12 เดือนจำนวน 13.33 ล้านบาท (31 ธันวาคม 2560 : 16.70 ล้านบาท) ซึ่งจัดประเภทอยู่ในรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นในงบแสดงฐานะการเงิน

2. คุณภาพของสินทรัพย์

ในปี 2561 บริษัทฯ มียอดลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 345 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22.33 ของสินทรัพย์รวม มีระยะเวลาการเก็บหนี้จากลูกหนี้เฉลี่ย 85 วัน มากขึ้นจากปีก่อน 8 วัน(ปี 2560 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 77 วัน) เนื่องจากบริษัทฯ ขายสินค้าช่องทางโมเดอร์นเทรดมากขึ้น การชำระค่าสินค้าเป็นเครดิตอยู่ระหว่าง 30 – 90 วัน

บริษัทฯ มีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญอย่างเพียงพอตามจำนวนหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บเงินไม่ได้จากลูกหนี้ สำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับปี 2561 มีอัตราเฉลี่ยเป็นร้อยละ 0.87 ของลูกหนี้คงเหลือ ณ วันสิ้นปี

สินค้าคงเหลือ 348 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 22.52 ของสินทรัพย์รวม ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย 129 วัน ซึ่งใกล้เคียงปีก่อน (ปี 2560 ระยะเวลาการขายสินค้าเฉลี่ย 121 วัน)

อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 122 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 7.90 ของสินทรัพย์รวม ซึ่งประเมินโดยผู้ประเมินอิสระโดยใช้เกณฑ์วิธีพิจารณาจากรายได้ข้อสมมติฐานหลักที่ใช้ในการประเมินราคาประกอบด้วยอัตราคิดลดอัตราผลตอบแทน และอัตราการเจริญเติบโตอย่างระยะยาวของค่าเช่า

1. กระแสเงินสด

ในปี 2561 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 8 ล้านบาท ปี 2560 จำนวนเงิน 11 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 3 ล้านบาท เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสุทธิ 231 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปกิจกรรมลงทุน 26 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ซื้อเงินลงทุนชั่วคราว เงินให้กู้ยืมกิจการที่เกี่ยวข้องกัน และซื้อที่ดิน เงินสดสุทธิใช้ในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 208 ล้านบาท เนื่องจากจ่ายเงินปันผล

2. อัตราส่วนสภาพคล่องที่สำคัญ

ในปี 2561 บริษัทฯ มีอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนเป็น 1.68:1 เท่า มีสภาพคล่องสูง บริษัทฯ เงินสดและเทียบเท่าเงินสดอัตราร้อยละ 0.52 ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ อัตราร้อยละ 22.33 สินค้าคงเหลืออัตราร้อยละ 22.52 ของสินทรัพย์รวม

บริษัทฯ สามารถจัดเก็บลูกหนี้ระหว่าง 85 วัน สินค้าคงเหลือ ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 129 วัน ใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ขายสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภค มีอัตราการหมุนเวียนสูง

3. ระยะเวลาการเก็บหนี้และจ่ายชำระหนี้

บริษัทฯ มีระยะเวลาเก็บหนี้จากลูกหนี้โดยเฉลี่ย 85 วัน ขณะที่ระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้โดยเฉลี่ย 147 วัน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯ ชำระหนี้ค่าสินค้าโดยผ่านธนาคารพาณิชย์โดยวิธีการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและทำทรัสต์รีซีทประมาณ 120 – 180 วัน

ระหว่างปีบริษัทฯ มีรายจ่ายลงทุนในการซื้อที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์สำนักงาน 155 ล้านบาท ซื้อที่ดินและอาคารเพื่อขยายโรงงานและคลังสินค้า เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทฯ

1. โครงสร้างเงินทุน

ในปี 2561 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป็น 0.57:1 ขณะที่ปีก่อนเป็น 0.55:1 เนื่องจากระหว่างปีมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 148 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 27 ล้านบาท จากการนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางเพื่อให้เพียงพอกับปริมาณการขาย และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเงิน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท จากบริษัท ดิ ไอโคนิค พรอพเพอร์ตี้ จำกัด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2

2. ส่วนของผู้ถือหุ้น

ในปี 2561 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 982 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 114 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากบริษัทฯ มีกำไรสำหรับปีจำนวน 360 ล้านบาท เงินปันผลจ่าย 246 ล้านบาท

3. หนี้สิน

บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 559 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนจำนวน 81 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.95 หนี้สินหมุนเวียนจำนวน 449 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 97 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27.56 เนื่องจาก

  • เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร 148 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 27 ล้านบาทเกิดจากบริษัทฯ ได้ชำระหนี้ค่าสินค้า
  • เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นจำนวน 136 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 33 ล้านบาท
  • เงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 100 ล้านบาท หรืออัตราร้อยละ 100 จากบริษัท ดิ ไอโคนิค พรอพเพอร์ตี้ จำกัด อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2
  • หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน – ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี และหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน – สุทธิส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจำนวน 12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 1 ล้านบาท หรือ 9.09% เนื่องจากบริษัทฯ ได้เช่าซื้อรถยนต์เพื่อพนักงานขายสินค้า
  • เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน – ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 18 ล้านบาท เท่ากับปีก่อน เงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทฯ วงเงิน 80 ล้านบาท กำหนดชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายเดือน 60 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.5 ต่อปี
  • ภาษีเงินได้ค้างจ่าย 27 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 11 ล้านบาท บริษัทฯ มีผลประกอบการกำไรน้อยลง

    หนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ จำนวน 15 ล้านบาท เนื่องจากภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผลจ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย หนี้สินไม่หมุนเวียนจำนวน 110 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 16 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.70 เนื่องจาก
  • เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน – สุทธิส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 47 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 15 ล้านบาท หรือ 24.19% เงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทฯ วงเงิน 80 ล้านบาท กำหนดชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายเดือน 60 เดือน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.5 ต่อปี
  • สำรองผลประโยชน์ระยะยาวของพนักงานจำนวน 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.50 เนื่องจากผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 โดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
  • หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 37 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 4 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.76 จากส่วนเกินทุนจากการตีราคาที่ดิน 10 ล้านบาท ส่วนเกินมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจากมูลค่าตามบัญชี 22 ล้าน และส่วนเกินมูลค่ายุติธรรมจากมูลค่าตามบัญชีของที่ดิน และอาคารที่โอนมาจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 5 ล้านบาท

คณะกรรมการบริหารของบริษัทฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานประจำปี, กำหนดยุทธศาสตร์และหายุทธวิธีเพื่อดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายประจำปีที่กำหนดไว้ ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนการบริหารงานอย่างยืดหยุ่น เพื่อรองรับปัจจัยและอิทธิพลหลักที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตได้ดังนี้

ปัจจัย/อิทธิพลหลัก
  1. ความเพียงพอของการจัดหาสินค้าและกระแสความนิยมของสินค้า
  2. การพัฒนาทักษะของบุคลากร
  3. ระดับราคาของวัตถุดิบและค่าแรงงาน
  4. การให้ความช่วยเหลือทางการเงินหรือดำเนินงานแก่บริษัทร่วมและบริษัทที่เกี่ยวข้องกันและภาระหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
แนวทางการดำเนินการ
  1. บริษัทฯ สามารถจัดสรรสินค้าที่มีอยู่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกระแสความนิยมที่มีอยู่ ตลอดจนควบคุมระบบการจัดซื้อและรักษาระดับสินค้าและของคงคลังให้เพียงพอกับการขาย รวมทั้งบริหารสินค้าคงคลังให้หมุนเวียนเร็วทันกับราคาในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และให้ทันกับกระแสความนิยม
  2. บริษัทฯ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรโดยจัดการอบรมพนักงานอย่างทั่วถึงทุกระดับทั้งภายใน และภายนอก เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการปฏิบัติงานให้ทันต่อเหตุการณ์
  3. บริษัทฯ มีหน่วยงานสรรหาและจัดซื้อสินค้าโดยวัตถุดิบสินค้าสำเร็จรูปจากแหล่งที่มีคุณภาพดีราคาเหมาะสมกับราคาในตลาดที่มีความผันผวนเร็วมาก รวมทั้งการจัดจ้างงานให้เหมาะสมกับองค์กรเพื่อให้ได้ต้นทุนขายที่ต่ำแต่สินค้าคุณภาพดี
  4. หากบริษัทฯ ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินหรือการดำเนินงานแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน บริษัทฯจักดำเนินการตามขั้นตอนของข้อบังคับของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างครบถ้วนและโปร่งใสสามารถติดตามและตรวจสอบได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งบริษัทฯ มีคณะกรรมการอิสระที่ช่วยสอดส่องตรวจสอบธุรกรรมต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มากที่สุด