สารจากคณะกรรมการบริษัท

"ในนามบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ขอกล่าวสวัสดีผู้ถือหุ้นทุกท่าน
ในปี 2567 แม้ว่าคาร์มาร์ทจะได้พิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นและความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ แต่ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างยูเครนและรัสเซีย การทวีความรุนแรงของความไม่สงบในแถบตะวันออกกลาง และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าในกลุ่มเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ ยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเสถียรภาพทางการตลาด นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น จากเหตุการณ์ดังกล่าว เศรษฐกิจในประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน สะท้อนผ่านการเติบโตในระดับปานกลาง อันเป็นผลมาจากเหตุปัจจัยภายนอก ความผันผวนของสกุลเงิน และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค"
คณะกรรมการบริษัท
บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)

ในปีเดียวกันนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพอยู่ที่ 3.2% โดยคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือที่ 3.5% ภายในสิ้นปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยเติบโตรวมที่ 2.5% ซึ่งขับเคลื่อนโดยภาคการส่งออกที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ คาร์มาร์ทได้ปรับตัวเข้ากับความท้าทายเหล่านี้ โดยการดำเนินธุรกิจเชิงรุกและเริ่มกลยุทธ์ใหม่ๆ อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง ขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศและลงทุนในนวัตกรรมชั้นนำ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของตำแหน่งในตลาด พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน

คาร์มาร์ทยังคงเน้นการสร้างการรับรู้ในตลาดผ่านการขยายตัวเชิงกลยุทธ์และพัฒนาปรับปรุงเชิงปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ บริษัทของเรามุ่งมั่นที่จะค้นหาโอกาสในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางกลยุทธ์ในการแสวงหาพันธมิตร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ การขยายตลาดระหว่างประเทศนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปิดตัวใหม่ของหลายแบรนด์่ในตลาดเอเชีย ซึ่งช่วยเน้นย้ำเอกลักษณ์ของคาร์มาร์ทในภูมิภาคให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความยั่งยืนและนวัตกรรมยังเป็นหัวใจหลักของบริษัทเสมอมา โดยคาร์มาร์ทได้วางแผนการติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงงานในจังหวัดระยอง รวมถึงมีการทดลองใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) สำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าภายในประเทศ และการปรับโฉมแบรนด์อย่างครบวงจร เพื่อให้คาร์มาร์ทเป็นแบรนด์ความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

บริษัทมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่น่าประทับใจในปีงบประมาณที่ผ่านมา เป็นผลจากโอกาสทางการตลาด การลงทุนอย่างมีกลยุทธ์และการบริหารจัดการทางการเงินที่รัดกุม บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 3,204 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงถึง 31.33% จากปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มความงามและเครื่องสำอาง ที่ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของคาร์มาร์ท กำไรสุทธิอยู่ที่ 678 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 2.57% เทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้านี้ (Year-on-Year) แต่เมื่อเราคำนึงถึงการขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากเงินลงทุนในตราสารทุนประมาณ 78 ล้านบาท ทำให้เมื่อบวกกลับไปรวมกับกำไรสุทธิแล้วสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตเป็น 756 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31.13% เมื่อเทียบกับฐานเดียวกันในปีก่อนหน้า เพราะบริษัทสร้างความสมดุลระหว่างวิธีการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 20.33% แสดงให้เห็นศักยภาพของบริษัทในการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) บันทึกไว้ที่ 15.11% บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ ยอดกำไรสะสมยังคงมีอัตราที่แข็งแกร่ง ในขณะที่การกระจายแหล่งรายได้ ซึ่งประกอบไปด้วยรายได้ที่มาจากการลงทุนและรายได้จากการให้เช่า ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทให้มั่นคง แม้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นจากพลวัตของตลาด คาร์มาร์ทยังคงมุ่งมั่นในการบุกตลาดเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องการทำกำไร และการขยายตัวของตลาดภายในประเทศและระหว่างประเทศอีกด้วย

มองไปข้างหน้าสู่ปี 2568 และในอนาคต คาร์มาร์ทตั้งเป้าหมายสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการขยายตัวทางธุรกิจและการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ บริษัทยังคงเน้นย้ำการสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติต่อไป โดยผลักดันแบรนด์ต่างๆของบริษัทเข้าสู่ตลาดเอเชียมากขึ้น พร้อมทั้งสำรวจโอกาสทางการค้าอื่นๆนอกภูมิภาคเอเชีย เพื่อยกระดับฐานะให้คาร์มาร์ทเป็นแบรนด์ความงามที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งนี้ การปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลยังเป็นอีกหัวใจสำคัญที่เสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจ โดยบริษัทได้พัฒนาระบบภายในให้ก้าวหน้า รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถของทรัพยากรบุคคลเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ในนามของคณะกรรมการบริษัท เราขอขอบคุณผู้ถือหุ้น เหล่าพันธมิตรทางธุรกิจ พนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่านอย่างสุดซึ้ง ที่ได้สนับสนุนและให้ความไว้วางใจกับบริษัทคาร์มาร์ทอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกเสียงสนับสนุนคือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จของบริษัทท่ามกลางภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในเส้นทางการเติบโตครั้งต่อไป บริษัทขอให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะดำเนินธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์เพื่อสอดรับกับการสร้างมูลค่าในระยะยาว รวมไปถึงการเป็นผู้นำในตลาดและความสำเร็จที่ยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและการเดินหน้าเชิงกลยุทธ์ เราจะยืนหยัดในเป้าหมาย ในการเป็นผู้ให้บริการความงามชั้นนำในระดับสากล เป็นผู้ส่งมอบคุณค่า นวัตกรรม และความเป็นเลิศแก่ผู้บริโภคทั่วโลก