กลยุทธ์และนโยบายการตลาด
ปี 2568 แนวโน้มตลาดดีขึ้นจึงเป็นโอกาสที่ดีในการทำการตลาดได้หลากหลายวิธีการ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) จึงได้เริ่มขยายแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหม่ในตลาด และสามารถเพิ่มเติมจากฐานลูกค้าเดิม โดยสามารถแจกแจงกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
แบ่งตามประเภทสินค้า ได้แก่
- เครื่องสำอาง (Makeup) ถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่กลับมาเป็นที่สนใจของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และเป็นโอกาสให้ทางบริษัทออกสินค้าใหม่ในแต่ละแบรนด์เป็นจำนวนมาก และมีการเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ที่สามารถขยายกลุ่มลูกค้า และแนวคิดใหม่ ๆ ของสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง นอกเหนือจาก LIP IT และ Catchy Nesty ยังได้มีเพิ่มแบรนด์ Get Skin by EYETA ที่เป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว Clean beauty ในปี 2568 ซึ่งบริษัทได้สำรวจความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงพัฒนาค้นคว้า ส่วนผสม หรือ นวัตกรรมใหม่ เพื่อให้ยังคงความเป็นผู้นำ หรือ ทันตามกระแสของแฟชันตลาดเครื่องสำอางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยยังคงสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าในแต่ละแบรนด์
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) เป็นสินค้าที่โดยพื้นฐานมีการแข่งขันที่สูง และมีความหลากหลายในการเลือกใช้ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ Skincare จะมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง บริษัทจึงให้ความใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค อีกทั้งยังใส่นวัตกรรมใหม่ และวัตถุดิบใหม่ ๆ ลงไปเพื่อเพิ่มความแตกต่างให้กับสินค้าในตลาด ทำให้สินค้าสามารถเพิ่มคุณค่า สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ทั้งความสวย และ สุขภาพที่ดี ปี 2568 บริษัทได้มีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ Cathy Doll และ Baby Bright กลุ่ม Skincare ใหม่ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เพิ่มแบรนด์ Dr.Niks ที่เน้นเรื่องมาส์กบำรุงผิว, กลุ่มเวชสำอางอย่างแบรนด์ ACCA by Dr.DSP
- สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) เป็นสินค้ากลุ่มใหญ่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน จึงทำให้มีแบรนด์สินค้าใหม่เกิดขึ้นในทุก ๆ ปี เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด สำหรับบริษัทมีการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มนี้เช่นกัน อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และผลิตภัณฑ์ล้างจาน เป็นต้น โดยใช้กลยุทธ์ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมให้มีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง เน้นการขยายตลาดครบทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิมไว้ และขยายกลุ่มลูกค้าใหม่โดยการเพิ่มแบรนด์สินค้ากลุ่ม Hair Care อย่าง HAIR IT อีกทั้งยังแสดงให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณภาพสินค้าที่แตกต่าง และผ่านการทดสอบว่าปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
- ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplements) เป็นกลุ่มสินค้าที่มีความน่าสนใจในตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นในปัจจุบัน และอนาคตจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น โดยเน้นดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก จึงทำให้ตลาดนี้ยังมีความต้องการของผู้บริโภคที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นโอกาสให้หลากหลายแบรนด์เข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดนี้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่างและมีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด มิฉะนั้นอาจจะทำให้ไม่สามารถต้านทานการแข่งขันนี้ได้ สำหรับบริษัทได้เข้ามามีบทบาทในตลาดนี้เช่นกัน มีความสามารถในการแข่งขันและมีความเข้าใจผู้บริโภคพอสมควร มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลากหลายรูปแบบที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ได้แก่ อาหารเสริมดีท็อกซ์ อาหารเสริมดูแลผิว อาหารเสริมเพื่อดูแลรูปร่าง และ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยเน้นทำการตลาดในช่องทางค้าปลีก และช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มแบรนด์ Dr.DSP อาหารเสริมระดับพรีเมียม เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่
- ผลิตภัณฑ์อโรมาเทอราพี และสปา (Aromatherapy & Spa Products) เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มในปีที่ผ่าน ๆ มา แต่ปัจจุบันเริ่มมีผู้ให้ความสนใจ และเห็นถึงความสำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ที่จะช่วยสร้างความผ่อนคลาย และบำบัดความเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวัน แม้ว่าในตลาดจะมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่ไม่มาก แต่ปัจจุบันก็มีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และผู้บริโภคในปัจจุบันมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป สินค้ากลุ่มนี้ถูกซื้อไปใช้ที่บ้านหรือที่ทำงาน มากขึ้น แทนการเข้าใช้บริการ สปาที่ร้าน ทำให้หลายแบรนด์เพิ่มกลยุทธ์ในการขยายตลาดผลิตสินค้ากลุ่มนี้ เพื่อแข่งขันกันตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีมากขึ้น สำหรับบริษัทได้จำหน่ายสินค้ากลุ่มอโรมาเทอราพีมาเป็นระยะเวลานาน มีกลุ่มสินค้าหลัก ๆ ได้แก่ ก้านหอมปรับอากาศ น้ำมันหอมระเหย น้ำหอม และสินค้าสำหรับการดูแลผิวจากธรรมชาติ เช่น แชมพู ครีมอาบน้ำ โลชั่น เป็นต้น โดยเน้นทำตลาดในช่องทางค้าปลีกผ่านการจำหน่ายสินค้าในร้าน Stand alone ภายใต้แบรนด์รื่นรมย์ และผ่านหน้าร้าน Karmart รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ไอคอนสยาม พารากอน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านรื่นรมย์ในช่องทางออนไลน์ใน Marketplace และ จุดจำหน่ายรื่นรมย์โดยเฉพาะ เพื่อสามารถนำเสนอสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มการขายเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์
- เน้นขยายตลาดในช่องทางออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายและกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนไลฟ์สด การเพิ่มช่องทางขายในช่องทาง Social Media เช่น Facebook TikTok ในรูปแบบการดำเนินการของบริษัทเอง การเพิ่มร้านค้าของบริษัทในแพลตฟอร์ม Marketplace อื่น ๆ รวมถึงยังมีการเปิดร้านค้าออนไลน์แบบแยกแบรนด์แยกร้านค้า จากเดิมที่เปิดเฉพาะร้าน Karmart แล้วจำหน่ายสินค้าทุกแบรนด์ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า
- เพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย (Distributor) ท้องถิ่นที่มีความรู้ความชำนาญในการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าชุมชนต่าง ๆ พื้นที่ที่ตนเองถือครอง เพื่อขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้ามวลชน (Mass Market) มากขึ้น
- เพิ่มพื้นที่การขายในช่องทางหน้าร้านโมเดิร์นเทรด ร้าน Specialty เช่น Moshi Moshi, Mr.DIY และ ร้านขายยารูปแบบ chain store และผลักดันให้สินค้าของเราขึ้นไปอยู่บนร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของร้านโมเดิร์นเทรด รวมถึงร้านตัวแทนจำหน่าย เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์และเพิ่มยอดขาย รวมทั้งการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกับคู่ค้าในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ลดราคาพิเศษ แลกซื้อสินค้า แจกสินค้าทดลอง แถมสินค้าหรือของสมนาคุณ เป็นต้น
- ทางบริษัทสามารถกลับมาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Out of Home ได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ผู้บริโภคลดความกังวล และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น ทำให้ทางบริษัทสามารถกลับมาโปรโมทผ่านช่องทาง Out of home ได้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้เกี่ยวกับสินค้าเรามากขึ้น
- เพิ่มรูปแบบการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะช่องทาง Social Media เช่น การใช้ Beauty Blogger, Influencer และ Real User ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า เนื่องจากปัจจุบันการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีอิทธิพลมาจากพฤติกรรมการใช้สินค้าของบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ ในด้านนั้น ๆ หรือบุคคลที่มีการใช้สินค้าจริงมากขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการรีวิวสินค้าทั้งในรูปแบบข้อความ ภาพ และวิดีโอ เพื่อให้สามารถสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงจุดประสงค์ในการนำเสนอสินค้ามากที่สุด
- เพิ่มการรับรู้ในสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้า ตามกระแสบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การไลฟ์สด การตลาดผ่านแอฟฟิลิเอท ให้ลูกค้าเข้าใจผลิตภัณฑ์และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ให้สามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไปใช้จริงได้มากยิ่งขึ้น เป็นการขยายตลาดโดยใช้การโต้ตอบและเข้าถึงรูปแบบใหม่ ในการสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงกลุ่มผู้ติดตาม
- เพิ่มช่องทางการ Live และการประชาสัมพันธ์ผ่าน e-commerce ซึ่งเป็นการ live หรือ ทำคลิปติดตะกร้าขายสินค้า โดยกลุ่ม KOL และ นักขายในช่องทาง TikTok, Shopee และ Lazada และจัดส่งสินค้าโดยตรงผ่าน บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
เนื่องจากสื่อรูปแบบใหม่มากมายเปลี่ยนแปลงวิถีการบริโภคของลูกค้าสมัยใหม่ จึงทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่เข้าถึงเนื้อหาสื่อสารการตลาดมากขึ้น ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการตามและเป็นผู้นำเทรนด์อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมาย
4. กลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศ (International Expansion) รุกตลาดส่งออกในภูมิภาคอาเซียนและตลาดใหม่ ๆ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะประเทศ (Exclusive Products) เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการในแต่ละพื้นที่
5. กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม (Sustainability & Responsibility) ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และความโปร่งใส สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และสังคมในภาพรวม
กลุ่มเป้าหมายตามแบรนด์
ในด้านลักษณะลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย บริษัทเน้นทำการตลาดในกลุ่มที่หลากหลายอายุและความต้องการ รักการดูแลตนเอง และมีความสนใจในด้านผลิตภัณฑ์ความงามและชื่นชอบการอัปเดตเทรนด์ความงาม โดยมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าในราคาระดับกลางเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและจับต้องสินค้าคุณภาพได้ง่ายขึ้น โดยมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม ดังนี้
- เคที่ดอลล์ (Cathy Doll) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่ม Young to mid-age consumers (16-45) ที่ชื่นชอบและสนใจด้านแฟชัน ทันสมัย มีความขี้เล่น มีความมั่นใจในตนเอง ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้นำเทรนด์แฟชันด้านความงามมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาความงามทุกรูปแบบ
- เบบี้ไบร์ท (Baby Bright) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มกลุ่ม Gen Z และ First Jobber (14-30) ที่ใส่ใจสุขภาพ รักการดูแลตัวเอง ต้องการผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในด้านความงามพร้อมกับการดูแลตนเองให้มีสุขภาพผิวดีอย่างเป็นธรรมชาติ
- โบย่า มุ่งเน้นทำการตลาดกับคนทุกเพศ ทุกวัย ใส่ใจในการดูแลตนเอง ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมและผิวกาย
- เจจูวิต้า (Jejuvita) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มGen Z (14-29) วัยทำงานที่รักการดูแลสุขภาพ ชื่นชอบการดูแลตนเองจากภายในสู่ภายนอก ต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณประโยชน์ครบถ้วนและรสชาติอร่อย
- รื่นรมย์ (Reunrom) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยทำงานขึ้นไปที่ใส่ใจดูแลสุขภาพกายและจิตใจให้มีสุขภาพดี ต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น การใช้กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลาย บำบัดความเครียด และสร้างบรรยากาศใหม่ เป็นต้น ทางแบรนด์ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามกระแส ซึ่งเครื่องหอมมีการเติบโตอย่างมากในประเทศไทย
- สกินแล็บ (Skynlab) มุ่งเน้นกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นมิลเลนเนียล ที่ใส่ใจสุขภาพและการดูแลตัวเอง (Health & Wellness) เป็นผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมและเฉพาะทาง เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากอย่างตรงจุด พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลในชีวิตประจำวัน
- กึมยอน (KEUMYON) มุ่งเน้นทำการตลาดสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลเส้นผมหรือมีปัญหาด้านเส้นผมโดยเฉพาะ มุ่งเน้นสารสกัดจากธรรมชาติและสมุนไพรขั้นสูง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้
- เซเว่น คลีน (7-Clean) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยทำงาน แม่บ้าน ที่ใส่ใจในการรักษาความสะอาดในครัวเรือน ต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัยต่อสุขภาพของคนในครอบครัว
- บราวอิท (BROWIT) มุ่งเน้นทำการตลาดกับกลุ่มวัยทำงานที่มีความสนใจในด้านความงาม ต้องการสร้างลุคใหม่ในการแต่งหน้าให้ดูดี เสริมสร้างความมั่นใจได้ด้วยตนเอง เสมือนมีช่างมืออาชีพมาแต่งหน้าให้ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพดีระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ที่ถูกรังสรรค์โดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ
- ฑา (THA) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากโดยเฉพาะ มาพร้อมการบำรุงอย่างล้ำลึกที่เข้าถึงง่าย ใส่ใจในเรื่องคุณภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเข้าถึงได้ทุกเพศทุกช่วงวัย
- ลิป อิท (LIP IT) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากโดยเฉพาะ มาพร้อมการบำรุงด้วยรสชาติที่เข้าถึงง่าย ใส่ใจในเรื่องคุณภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเข้าถึงได้ทุกช่วงวัย
- แฮร์ อิท (HAIR IT) มุ่งเน้นทำการตลาดกับกลุ่มวัยทำงาน ที่ใส่ใจดูแลเรื่องเส้นผมโดยเฉพาะ ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกลิ่นหอมน่าหลงใหล คุณภาพดีระดับพรีเมียม ตอบโจทย์การดูแลเส้นผมได้ด้วยตนเอง ดั่งได้รับการดูแลเส้นผมจากมืออาชีพ
- อินทิมี่ (intimi) ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 25-45 ปี ที่มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และมองการดูแลจุดซ่อนเร้นเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความงามโดยรวม ไม่เพียงแค่ด้านสุขอนามัย แต่รวมถึงความมั่นใจและภาพลักษณ์ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะด้าน
- บิวตี้ล็อกซ์ (BEAUTILOX BY KMGI) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยมุ่งหวังจะส่งต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (Skincare) และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Make Up) ที่เป็นเคล็ดแต่ไม่ลับของเหล่าสาวงาม เสกผิวให้สวยไวและใช้ง่ายในชีวิตประจำวัน
- ดร.นิกส์ (Dr.Niks) คือแบรนด์เวชสำอางที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Millennials ซึ่งเติบโตมากับองค์ความรู้ด้านผิว (Skintellectual Consumers) และให้ความเชื่อถือคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังหรือ Skin Influencers กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคแบบ Problem-Solver Shoppers ที่เลือกผลิตภัณฑ์ตามปัญหาผิวเฉพาะจุด (Targeted Treatment) โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยเป็นหลักให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความปลอดภัย และการทดสอบทางผิวหนัง
- แคชชี่ เนสตี้ (Catchy Nesty) ผลิตภัณฑ์ลิปสติกรูปแบบทินท์ต่าง ๆ จับกลุ่มเป้าหมาย Gen Z เด็ก วัยรุ่น นักศึกษา ให้ความรู้สึก สนุกสนาน สดใส และน่ารัก
- แอคก้า บาย ดร.ดีเอสพี (ACCA by Dr.DSP) ผลิตภัณฑ์เวชสำอางเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเรื่องสิวและผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ร่วมพัฒนากับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้า โดยมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลและแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดได้รับการพิสูจน์และยืนยันผ่านการทดสอบจากสถาบันผิวหนัง พร้อมผลทดสอบและผลวิจัยที่รองรับในสารสกัดที่เห็นผลจริง
- ดร.ดีเอสพี (Dr.DSP) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คิดค้นและพัฒนาสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มุ่งเน้นที่อยากจะให้ผู้บริโภคนั้นสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก มีผลวิจัยรองรับและการคัดสรรสารสกัดที่ได้คุณภาพที่มาพร้อมผลรับรองในเรื่องการบำรุงที่เห็นผล เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าทานแล้วปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- เก็ทสกินบายอายตา (Get Skin By EYETA) เป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มาพร้อมกับคอนเซ็ป Makeupcare ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผสมผสานสกินแคร์ ให้ทุกคนสามารถแต่งเติมความสวย พร้อมบำรุงผิวได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงตอบโจทย์ในแง่เฉดสีที่หลากหลายเข้าได้กับทุกสีผิว และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้
- เอทีพี บิวตี้ (ATP beauty) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามที่มาพร้อมกับคอนเซ็ป“Beautycare” เกิดจากการผสมผสานระหว่าง Beauty (ความงาม) และ Skincare (การดูแลผิว) เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่รักการดูแลตัวเอง ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจ และใส่ใจสุขภาพผิวระยะยาว เพื่อให้ผิวไม่เพียงแค่ดูดีในวันนี้ แต่ยังแข็งแรงและสวยขึ้นทุกวัน เพราะ “ผิวจริง” คือความงามที่สะท้อนตัวตน ให้คุณได้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง