เป้าหมายและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ

กลยุทธ์และนโยบายการตลาด

ปี 2567 แนวโน้มตลาดดีขึ้นจึงเป็นโอกาสที่ดีในการทำการตลาดได้หลากหลายวิธีการ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) จึงได้เริ่มขยายแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มใหม่ในตลาด และสามารถเพิ่มเติมจากฐานลูกค้าเดิม โดยสามารถแจกแจงกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

แบ่งตามประเภทสินค้า ได้แก่

  1. เครื่องสำอาง (Makeup) ถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่กลับมาเป็นที่สนใจของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และเป็นโอกาสให้ทางบริษัท ออกสินค้าใหม่ในแต่ละแบรนด์เป็นจำนวนมาก และมีการเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ที่สามารถขยายกลุ่มลูกค้า และแนวคิดใหม่ ๆ ของสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง นอกเหนือจาก LIP IT และ Catchy Nesty ยังได้มีเพิ่มแบรนด์ Get Skin by EYETA ที่เป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว Clean beauty ในปี 2567 ซึ่งบริษัทได้สำรวจความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงพัฒนาค้นคว้า ส่วนผสม หรือ นวัตกรรมใหม่ เพื่อให้ยังคงความเป็นผู้นำ หรือ ทันตามกระแสของแฟชั่นตลาดเครื่องสำอางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยยังคงสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าในแต่ละแบรนด์
  2. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skincare) เป็นสินค้าที่โดยพื้นฐานมีการแข่งขันที่สูง และมีความหลากหลายในการเลือกใช้ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ Skin care จะมีความ loyalty ต่อแบรนด์สูง บริษัทจึงให้ความใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค อีกทั้งยังใส่นวัตกรรมใหม่ และวัตถุดิบใหม่ ๆ ลงไปเพื่อเพิ่มความแตกต่างให้กับสินค้าในตลาด ทำให้สินค้าสามารถเพิ่มคุณค่า สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ทั้งความสวย และ สุขภาพที่ดี
    ปี 2567 บริษัทได้มีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ Cathy Doll และ Baby Bright กลุ่ม Skin care ใหม่ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้เพิ่มแบรนด์ DR.Niks ที่เน้นเรื่องมาส์กบำรุงผิว, กลุ่มเวชสำอางอย่างแบรนด์ ACCA by Dr.DSP และ เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย IFME skincare ในประเทศไทยเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มแม่ และเด็ก
  3. สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) เป็นสินค้ากลุ่มใหญ่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีความต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน จึงทำให้มีแบรนด์สินค้าใหม่เกิดขึ้นในทุก ๆ ปี เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด สำหรับบริษัทมีการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มนี้เช่นกัน อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และผลิตภัณฑ์ล้างจาน เป็นต้น โดยใช้กลยุทธ์ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมให้มีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง เน้นการขยายตลาดครบทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิมไว้ และขยายกลุ่มลูกค้าใหม่โดยการเพิ่มแบรนด์สินค้ากลุ่ม Hair Care อย่าง HAIR IT อีกทั้งยังแสดงให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณภาพสินค้าที่แตกต่าง และผ่านการทดสอบว่าปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
  4. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Supplements) เป็นกลุ่มสินค้าที่มีความน่าสนใจในตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นในปัจจุบัน และอนาคตจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น โดยเน้นดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก จึงทำให้ตลาดนี้ยังมีความต้องการของผู้บริโภคที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นโอกาสให้หลากหลายแบรนด์เข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดนี้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่างและมีจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด มิฉะนั้นอาจจะทำให้ไม่สามารถต้านทานการแข่งขันนี้ได้ สำหรับบริษัทได้เข้ามามีบทบาทในตลาดนี้เช่นกัน มีความสามารถในการแข่งขันและมีความเข้าใจผู้บริโภคพอสมควร มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลากหลายรูปแบบที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ได้แก่ อาหารเสริมดีท็อกซ์ อาหารเสริมดูแลผิว อาหารเสริมเพื่อดูแลรูปร่าง และ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ โดยเน้นทำการตลาดในช่องทางค้าปลีก และช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มแบรนด์ Dr.DSP อาหารเสริมระดับพรีเมี่ยม เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่
  5. ผลิตภัณฑ์อโรมาเทอราพี และสปา (Aromatherapy & Spa Products) เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มในปีที่ผ่าน ๆ มา แต่ปัจจุบันเริ่มมีผู้ให้ความสนใจ และเห็นถึงความสำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ที่จะช่วยสร้างความผ่อนคลาย และบำบัดความเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวัน แม้ว่าในตลาดจะมีผู้เล่นรายใหญ่อยู่ไม่มาก แต่ปัจจุบันก็มีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และผู้บริโภคในปัจจุบันมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป สินค้ากลุ่มนี้ถูกซื้อไปใช้ที่บ้านหรือที่ทำงาน มากขึ้น แทนการเข้าใช้บริการสปาที่ร้าน ทำให้หลายแบรนด์เพิ่มกลยุทธ์ในการขยายตลาดผลิตสินค้ากลุ่มนี้ เพื่อแข่งขันกันตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีมากขึ้น สำหรับบริษัทได้จำหน่ายสินค้ากลุ่มอโรมาเทอราพีมาเป็นระยะเวลานาน มีกลุ่มสินค้าหลัก ๆ ได้แก่ ก้านหอมปรับอากาศ น้ำมันหอมระเหย น้ำหอม และสินค้าสำหรับการดูแลผิวจากธรรมชาติ เช่น แชมพู ครีมอาบน้ำ โลชั่น เป็นต้น โดยเน้นทำตลาดในช่องทางค้าปลีกผ่านการจำหน่ายสินค้าในร้าน Stand alone ภายใต้แบรนด์รื่นรมย์ และผ่านหน้าร้าน Karmart รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น ไอคอนสยาม พารากอน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านรื่นรมย์ในช่องทางออนไลน์ใน Marketplace และ จุดจำหน่ายรื่นรมย์โดยเฉพาะ เพื่อสามารถนำเสนอสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มการขายเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์
  1. เน้นขยายตลาดในช่องทางออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายและกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด ทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนไลฟ์สด การเพิ่มช่องทางขายในช่องทาง Social Media เช่น Facebook ในรูปแบบการดำเนินการของบริษัทเอง การเพิ่มร้านค้าของบริษัทในแพลตฟอร์ม Marketplace อื่น ๆ รวมถึงยังมีการเปิดร้านค้าออนไลน์แบบแยกแบรนด์แยกร้านค้าซึ่งจากเดิมที่เปิดเฉพาะร้าน Karmart แล้วจำหน่ายสินค้าทุกแบรนด์ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า
  2. เพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย (Distributor) ท้องถิ่นที่มีความรู้ความชำนาญในการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าชุมชนต่าง ๆ พื้นที่ที่ตนเองถือครอง เพื่อขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้ามวลชน (Mass Market) มากขึ้น
  3. เพิ่มพื้นที่การขายในช่องทางหน้าร้านโมเดิร์นเทรด ร้าน Specialty เช่น Moshi Moshi, Mr.DIY และ ร้านขายยารูปแบบ chain store และผลักดันให้สินค้าของเราขึ้นไปอยู่บนร้านค้าออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของร้านโมเดิร์นเทรด รวมถึงร้านตัวแทนจำหน่าย เพื่อเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าให้ผู้บริโภคเกิดการรับรู้ในแบรนด์และเพิ่มยอดขาย รวมทั้งการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกับคู่ค้าในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ลดราคาพิเศษ แลกซื้อสินค้า แจกสินค้าทดลอง แถมสินค้าหรือของสมนาคุณ เป็นต้น
  1. ทางบริษัทสามารถกลับมาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Out of Home ได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ผู้บริโภคลดความกังวล และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น ทำให้ทางบริษัทสามารถกลับมาโปรโมทผ่านช่องทาง Out of home ได้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้บริโภคได้รับรู้เกี่ยวกับสินค้าเรามากขึ้น
  2. เพิ่มรูปแบบการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะช่องทาง Social Media เช่น การใช้ Beauty Blogger, Influencer และ Real User ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า เนื่องจากปัจจุบันการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีอิทธิพลมาจากพฤติกรรมการใช้สินค้าของบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ ในด้านนั้น ๆ หรือบุคคลที่มีการใช้สินค้าจริงมากขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการรีวิวสินค้าทั้งในรูปแบบข้อความ ภาพ และวิดีโอ เพื่อให้สามารถสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงจุดประสงค์ในการนำเสนอสินค้ามากที่สุด
  3. เพิ่มการรับรู้ในสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้า ตามกระแสบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การไลฟ์สด การตลาดผ่านแอฟฟิลิเอท ให้ลูกค้าเข้าใจผลิตภัณฑ์และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ให้สามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไปใช้จริงได้มากยิ่งขึ้น เป็นการขยายตลาดโดยใช้การโต้ตอบและเข้าถึงรูปแบบใหม่ ในการสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงกลุ่มผู้ติดตาม
  4. เพิ่มช่องทางการ Live และการประชาสัมพันธ์ผ่าน e-commerce ซึ่งเป็นการ live หรือ ทำคลิปติดตะกร้าขายสินค้า โดยกลุ่ม KOL และ นักขายในช่องทาง Tiktok Shopee และ Lazada และจัดส่งสินค้าโดยตรงผ่าน บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)

เนื่องจากสื่อรูปแบบใหม่มากมายเปลี่ยนแปลงวิถีการบริโภคของลูกค้าสมัยใหม่ จึงทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่เข้าถึงเนื้อหาสื่อสารการตลาดมากขึ้น ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการตามและเป็นผู้นำเทรนด์อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย

ในด้านลักษณะลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย บริษัทเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานอายุ 18-40 ปี รักการดูแลตนเอง และมีความสนใจในด้านผลิตภัณฑ์ความงามและชื่นชอบการอัพเดทเทรนด์ความงาม โดยมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าในราคาระดับกลางเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและจับต้องสินค้าคุณภาพได้ง่ายขึ้น โดยมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันตามคอนเซ็ปต์ของแต่ละแบรนด์ เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม ดังนี้

  1. เคที่ดอลล์ (Cathy Doll) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่ชื่นชอบและสนใจด้านแฟชั่น ทันสมัย มีความขี้เล่น มีความมั่นใจในตนเอง ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นด้านความงามมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาความงามทุกรูปแบบ
  2. เบบี้ไบร์ท (Baby Bright) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่ใส่ใจสุขภาพ รักการดูแลตัวเอง ต้องการผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในด้านความงามพร้อมกับการดูแลตนเองให้มีสุขภาพผิวดีอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. โบย่า (Boya) มุ่งเน้นทำการตลาดกับคนทุกเพศ ทุกวัย ใส่ใจในการดูแลตนเอง ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมและผิวกาย
  4. เจจูวิต้า (Jejuvita) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานที่รักการดูแลสุขภาพ ชื่นชอบการดูแลตนเองจากภายในสู่ภายนอก ต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณประโยชน์ครบถ้วนและรสชาติอร่อย
  5. รื่นรมย์ (Reunrom) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยทำงานขึ้นไปที่ใส่ใจดูแลสุขภาพกายและจิตใจให้มีสุขภาพดี ต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่มาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น การใช้กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลาย บำบัดความเครียด และสร้างบรรยากาศใหม่ เป็นต้น ทางแบรนด์ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามกระแส ซึ่งเครื่องหอมมีการเติบโตอย่างมากในประเทศไทย
  6. สกินแล็บ (Skynlab) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยทำงานขึ้นไปที่รักการดูแลสุขภาพกายโดยเฉพาะช่องปาก ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมมาตอบโจทย์ปัญหาและเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองมากขึ้น
  7. กึมยอน (KEUMYON) มุ่งเน้นทำการตลาดสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลเส้นผมหรือมีปัญหาด้านเส้นผมโดยเฉพาะ มุ่งเน้นสารสกัดจากธรรมชาติ และสมุนไพรขั้นสูง เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้
  8. เซเว่น คลีน (7-Clean) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยทำงาน แม่บ้าน ที่ใส่ใจในการรักษาความสะอาดในครัวเรือน ต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัยต่อสุขภาพของคนในครอบครัว
  9. บราวอิท (BROWIT) มุ่งเน้นทำการตลาดกับกลุ่มวัยทำงานที่มีความสนใจในด้านแฟชั่น ต้องการสร้างลุคใหม่ในการแต่งหน้าให้ดูดี เสริมสร้างความมั่นใจได้ด้วยตนเอง เสมือนมีช่างมืออาชีพมาแต่งหน้าให้ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพดีระดับพรีเมี่ยมในราคาที่จับต้องได้ที่ถูกรังสรรค์โดยช่างแต่งหน้ามืออาชีพ
  10. ฑา (THA) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มวัยรุ่นที่มีความทันสมัย ใส่ใจในการดูแลตนเอง ต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อผิวสวยที่ให้ทั้งความสวยงามพร้อมกับช่วยบำรุงผิวอย่างอ่อนโยน
  11. ลิป อิท (LIP IT) มุ่งเน้นทำการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากโดยเฉพาะ มาพร้อมการบำรุงด้วยรสชาติที่เข้าถึงง่าย ใส่ใจในเรื่องคุณภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และ เข้าถึงได้ทุกช่วงวัย
  12. แฮร์ อิท (HAIR IT) มุ่งเน้นทำการตลาดกับกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่ใส่ใจดูแลเรื่องเส้นผมโดยเฉพาะ ต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกลิ่นหอมน่าหลงใหล คุณภาพดีระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์การดูแลเส้นผมได้ด้วยตนเอง ดั่งได้รับการดูแลเส้นผมจากมืออาชีพ
  13. อินทิมี่ (intimi) ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ดูแลจุดซ่อนเร้นระดับพรีเมี่ยมที่ และ ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างเฉพาะเจาะจงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์สิ่งที่ผู้บริโภคมักพบเจอในชีวิตประจำวัน
  14. บิวตี้ล็อกซ์ (BEAUTILOX BY KMGI) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยมุ่งหวังจะส่งต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (Skincare) และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ (Make Up) ที่เป็นเคล็ดแต่ไม่ลับของเหล่าสาวงาม เสกผิวให้สวยไวและใช้ง่ายในชีวิตประจำวัน
  15. ดร.นิกส์ (Dr.Niks) ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าคุณภาพที่ได้ร่วมพัฒนา และ คัดสรรโดยคุณหมอที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านผิวหน้าโดยเฉพาะ และ อินฟลูเอ็นเซอร์ เพื่อพัฒนาแบรนด์ที่มุ่งเน้นเป็นผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ด้านผิวหน้า มาพร้อมกับรับรองในเรื่องของ คลีนบิวตี้ (Clean beauty) ให้ความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าใช้แล้วปลอดภัย
  16. แคชชี่ เนสตี้ (Catchy Nesty) ผลิตภัณฑ์ลิปสติกรูปแบบทินท์ต่าง ๆ จับกลุ่มเด็ก วัยรุ่น นักศึกษา ให้ความรู้สึก สนุกสนาน สดใส
  17. แอคก้า บาย ดร.ดีเอสพี (ACCA by Dr.DSP) ผลิตภัณฑ์เวชสำอางเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเรื่องสิวและผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ร่วมพัฒนากับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้า โดยมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลและแก้ไขปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดได้รับการพิสูจน์และยืนยันผ่านการทดสอบจากสถาบันผิวหนัง
  18. ดร.ดีเอสพี (Dr.DSP) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คิดค้นและพัฒนาสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มุ่งเน้นที่อยากจะให้ผู้บริโภคนั้นสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก มีผลวิจัยรองรับและการคัดสรรสารสกัดที่ได้คุณภาพที่มาพร้อมผลรับรองในเรื่องการบำรุงที่เห็นผล เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าทานแล้วปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  19. เก็ทสกินบายอายตา (Get Skin By EYETA) เป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่มาพร้อมกับคอนเซ็ป Makeupcare ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผสมผสานสกินแคร์ ให้ทุกคนสามารถแต่งเติมความสวย พร้อมบำรุงผิวได้ในเวลาเดียวกัน รวมถึงตอบโจทย์ในแง่เฉดสีที่หลากหลายเข้าได้กับทุกสีผิว และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้